“แฮร์รี่ เคน”  จอมถล่มประตู ของสเปอร์สและทีมชาติอังกฤษ

     ถ้าจะพูดถึงนักฟุตบอล ที่เป็นสุดยอดศูนย์หน้า ที่เก่งที่สุดของโลก  จะต้องมีชื่อ แฮร์รี่ เคน สตาร์จอมสังหาร ของ ท๊อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และ กัปตันทีมชาติอังกฤษ เจ้าของรางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 3 สมัย และยังเป็นผู้ที่ทำประตูได้สูงสุดในฟุตบอลโลก เมื่อปี 2018 ที่รัสเซียอีกด้วย

แฮร์รี่ เอ็ดเวิร์ด เคน  เขาเกิดเมื่อวันที่  28 กรกฏาคม ปี1993 ณ ย่านอีสต์ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ อยู่ไม่ไกลจากสนามไวต์ฮาร์ทเลนของ “ไก่เดือยทอง” เขาเริ่มเตะฟุตบอลกับทีมท้องถิ่น ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ทีมที่ชอบตั้งแต่เด็กก็คือ สเปอร์ส นั้นเอง และสมาชิกในครอบครัวส่วนใหญ่ก็ยังเป็นแฟน ทีมไก่เดือยทองอีกด้วย  เคน อายุได้ 8 ขวบ ได้ไปอยู่ในอคาเดมี่ของทีมอาร์เซนอล แต่อยู่ได้ปีเดียว ก็ถูกปล่อยตัวออกมา ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม   จากนั้น พ่อแม่จึงส่ง  เคน กลับไปยัง ทีมเยาวชนท้องถิ่น ที่ชื่อ ริดจ์เวย์ โรเวอร์ส  อีกครั้ง จนเขาอายุได้ 11 ปี เขาได้มีโอกาสไปทดสอบฝีเท้ากับ สโมสรวัตฟอร์ด และก็ทำผลงานได้ดีในเกมที่ วัตฟอร์ด ลงสนามพบกับ สเปอร์ส ซึ่งทำให้สตาฟฟ์ของ “ไก่เดือยทอง” มองเห็นแววบางอย่างในตัวเขา สุดท้ายเขาก็ได้เข้ามาอยู่กับทีมอคาเดมี่ของ สเปอร์ส ทันที ตั้งแต่ปี 2004

การได้เข้ามาอยู่ในอคาเดมี่ของสเปอร์ส ทำให้ เคน ได้ฝึกฝนและพัฒนาตัวเองขึ้นมา ทั้งในเรื่องทักษะในเชิงลูกหนังและมีการพัฒนาร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นตามลำดับ จนได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพ เมื่อเดือนก.ค.2010 แต่ต้นสังกัดได้ปล่อยยืมตัวไปเพื่อเก็บประสบการณ์กับ เลย์ตัน โอเรียนท์ ในลีกวัน เมื่อฤดูกาล 2010-2011 ซึ่ง เคน ก็ได้ฝึกซ้อมอย่าหนัก และทำผลงานได้ดี ด้วยการยิงจาก 5 ประตูจาก 18 นัด ต่อมา เคนก็มีโอกาสไปเล่นให้กับอีกหลายทีม ทั้งมิลลอลล์ , นอริช ซิตี้ และ เลสเตอร์ ซิตี้ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้มีโอกาสลงเล่นมากนัก แต่เขาก็ไม่ท้อ เดินหน้าต่อสู้และพัฒนาตัวเอง จนกระทั่งโอกาสที่เฝ้ารอมาถึง

จนกระทั่งซีซั่น 2013-2014 เคนได้แจ้งเกิดกับชุดใหญ่ ของสเปอร์ส เมื่อ เคน ได้ลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกให้กับ สเปอร์ส และก็ได้ถล่ม ซันเดอร์แลนด์ 5-1 ซึ่งเคนก็สามารถทำประตูแรกในลึกสูงสุดของตัวเองได้สำเร็จ  เมื่อเดือนเม.ย. 2014 ก่อนที่เขาจะสร้างผลงานด้วยการยิง 4 ประตูจาก 19 นัดในทุกรายการ

ในฤดูกาล 2014-2015 สเปอร์สได้แต่งตั้ง เมาริซิโอ เปเซ็ตติโน่ เป็นแม่ทัพคนใหม่มาคุมทีมถาวร  ซึ่งมันคือจุดเปลี่ยน ที่ทำให้เขาคือศูนย์หน้าตัวหลักคนใหม่ของทีม  เนื่องจาก โปเช็ตติโน่ ไว้วางใจและให้โอกาส เคน ลงสนามอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสที่ทำให้เขาได้ ระเบิดฟอร์มออกมา ด้วยการกระหน่ำไป 21 ประตูในลีก และ 31 ประตูกับทุกทัวร์นาเมนต์  พร้อมคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (PFA) ไปครอง

จากนั้น เคน ได้กลายเป็น “เครื่องจักรสังหาร” ที่สร้างสรรค์ประตูให้กับสเปอร์ส จนได้เป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 3 สมัย ในฤดูกาล 2015-2016 , 2016-2017 และ 2020-2021 พร้อมกับรางวัลเพลย์เมอเกอร์ อวอร์ด จากการแอสซิสต์ไป 14 ครั้ง

แฮร์รี่ เคน เป็นศูนย์หน้าที่เรียกว่าครบเครื่องจริงๆ สามารถยิงได้ทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวา หรือจะเป็นการโหม่งทำประตูก็ดี แถมยังเป็นตัวช่วยเพื่อนให้ทำประตูได้อีก  ล้วนมาจากพรสวรรค์ของเขาแต่ก็ได้มาจากการทุ่มเทฝึกซ้อม ไม่หยุดเรียนรู้และมีความต้องการชัยชนะ

ในปี 2017 เคน ครองสถิติยิงมากที่สุดของยุโรป โดยการยิงประตูในทุกรายการทั้งสโมสรและทีมชาติ ได้รวมถึง 56 ประตู  ถือว่าเป็นนักเตะคนแรกที่สอดแทรกขึ้นมาครองสถิตินี้ได้ ซึ่งก่อนหน้านั้มีเพียง ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 2คนนี้เท่านั้นที่ผลัดกันครองสถิติ โดยคนสุดท้ายที่ทำสถิตินี้ได้นอกเหนือจาก เมสซี่ กับ โรนัลโด้ ก็คือ ดาบิด บียา ซึ่งยิงให้ บาเลนเซีย และทีมชาติสเปน รวม 43 ประตูในปี 2009  และจนถึงวินาทีนี้ เคน ก็ยังคงทำหน้าที่เพชฌฆาตให้กับทีมไก่เดือยทองได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง  แม้ว่า เคน จะยิงประตูได้มากมายเพียงใด แต่เขายังไม่เคยที่จะได้สัมผัสถ้วยแชมป์สำคัญใดๆกับ สเปอร์ส ได้เลยแม้แต่รายการเดียว  ได้แต่มีโอกาสที่ใกล้เคียงเท่านั้น นั้นคือการเป็นแค่รองแชมป์ลีกคัพ 2014-2015 และรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2018-2019 เท่านั้น

ผลงานในการเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ เริ่มติดทีมชาติตั้งแต่ชุด ยู-17 , ยู-19 , ยู-20 ,ยู-21 จนมาถึงปี 2015 ในยุคของ รอย ฮอดจ์สัน เป็นกุนซือ จึงได้ขึ้นมาติดทีมชาติใหญ่

เคน ได้ลงรับใช้ทีม “สิงโตคำราม” ครั้งแรกในเกมยูโร 2016 แต่อังกฤษก็ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อไปแพ้ให้กับ ไอซ์แลนด์ 1-2  เคน ก็ยิงประตูไม่ได้เลยในรายการนี้

ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ทีมชาติอังกฤษได้ตั๋วไปลุยรอบสุดท้าย แน่น่อนจะต้องมี  เคน เป็นหัวหอกตัวความหวัง พร้อมกับได้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมสิงโตคำราม ก่อนจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสามารถซัดแฮตทริกได้ในเกมที่ถล่ม ปานามา 6-1 แต่สุดท้าย ทีมชาติอังกฤษก็ไปไม่ถึงดวงดาว แพ้ให้กับทีมชาติโครเอเชีย ตกรอบรองชนะเลิศ แบบน่าผิดหวัง แต่ถึงจะตกรอบเวิลด์คัพ 2018 นี้ แฮร์รี เคน ก็ยังคงเป็นจอมถล่มประตู  ด้วยการยิงไปทั้งสิ้น 6 ประตู และก็คว้าตำแหน่งดาวซัลดวฟุตบอลโลกมาครองได้สำเร็จ

เส้นทางการค้าแข้งในฤดูกาล 2021/2022 จะออกมาในรูปแบบไหน จะมีความชัดเจนอย่างไร คงต้องรอลุ้นกันต่อไป